
ปริญญา : ครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐

ปริญญา : ครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐

ปริญญา : ศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙
ปริญญา : ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โปรแกรมวิชาพัฒนาชุมชน
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ปีการศึกษา ๒๕๓๘

ปริญญา : วิทยาศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙
เดิมชื่อ ดนัย นามสกุล ศิลป์ ฉายา อตุกภทโท อายุ ๔๒ พรรษา ๒๒
เกิด ณ ที่บ้านข้างวัดสุทธาราม โดยมารดาเป็นคนชาติภูมิเกิดข้างวัดสุทธาราม
เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนวัดเศวตฉัตร
ศึกษาทางธรรม นักธรรมเอก อภิธรรมบัณฑิต วัดระฆังโฆสิตาราม (๒๕๒๖)
บรรพชาเมื่ออายุ ๑๘ ปี ถือพระอุปัชฌาย์ใน สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถร)
วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๑๗ อายุครบ ๒๐ ปี อุปสมบท ถือพระอุปัชฌาย์ใน พระธรรมเจดีย์ (กี มารชิโน) วัดทองนพคุณ ณ พัทธสีมาวัดสุทธาราม พระครูสุทธาภรณ์ พระกรรมวาจาจรย์ พระครูสุทธาลังการ พระอนุสาวนาจารย์
วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๕ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สํานักวัดสุทธาราม
วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๒๗ เป็นครูสอนพระอภิธรรม สํานักวัดระฆังฯ
วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๑ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ เป็นพระครูฐานานุกรมที่ “พระครูปลัด” ในพระราชาคณะชั้นราช
วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๓ เป็นพระครูฐานานุกรมที่ “พระครูวินัยธร” ในพระเทพวรเวที พระราชาคณะชั้นเทพ รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ เป็นพระครูฐานานุกรมที่ “พระครูวิสาลสรกิจ”
วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๖ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส
วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๓๗ เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส
วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๓๘ เป็นเจ้าอาวาส ปี ๒๕๒๕-ปัจจุบัน เป็นประธานมูลนิธิศรีรัตนโกสินทร์ ในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
ดูประวัติเพิ่มเติม : พระครูวิสาลสรกิจ

สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเป็นองค์ประธาน จุดเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) รุ่น ๓
หลักการและเหตุผล
สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาสถานที่ก่อตั้งมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๔๙๓ ณ จวนของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) นับจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาครบ ๑๐๐ ปี จึงสมควรที่จะสร้างวัตถุมงคลขึ้น เพื่อแสดงถึงความกตัญญู กตเวทิตา และเป็นที่ระลึกแด่บรรดาคณาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และบุคคลทั่วไป
ในการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ คณะกรรมการจัดสร้างมุ่งหวังให้เป็นวัตถุมงคลที่ทรงคุณค่า มากที่สุด ทั้งรูปแบบและพิธีกรรม จึงได้เลือกสรรปฏิมากรที่มีฝีมือทางด้านการสร้างพระโดยเฉพาะ ได้แก่ รูปหล่อสมเด็จเจ้าพระยาฯ ผู้ปั้นหุ่น คืออาจารย์ชนะ กรภัทร์กุล และดำเนินการหล่อโดยนายช่างแก้ว หนองบัว โรงหล่อธรรมรังษี เหรียญสมเด็จเจ้าพระยาฯ นายช่างประดิษฐ์ ธนยศเศวตวิจิตร เป็นผู้แกะแบบและจัดสร้างโดยจำลองแบบจากเหรียญรุ่นแรกของวัดศรีสุริยวงศ์ (พ.ศ.๒๔๖๕) ส่วนพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ใช้รูปแบบพระกริ่งใหญ่ วัดสุทัศน์ฯ เป็นต้นแบบและเนื้อนวโลหะ (กลับดำ) เป็นสูตรโบราณและกำกับควบคุมการหล่อโดยอาจารย์กิจจา วาจาสัจ
การสร้างวัตถุมงคล ๑๐๐ ปี บ้านสมเด็จเจ้าพระยา จึงนับได้ว่ามีความยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าไม่แพ้วัตถุมงคลที่สร้างเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๑๙ ในโอกาสครบ ๘๐ ปีของสถาบัน ซึ่งวัตถุมงคลรุ่นนั้นในขณะนี้ถือได้ว่ามีคุณค่ามาก และหาได้ยากทั้งยังมีราคาเพิ่มขึ้นมากทีเดียว ดังนั้นวัตถุมงคล ๑๐๐ ปี บ้านสมเด็จเจ้าพระยาจึงเป็นที่ลูกเจ้าพ่อหรือลูกสุริยะทุกคนควรได้มีไว้เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นที่ระลึกตลอดไป
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อสมทบเงินเข้ากองทุน ๑๐๐ ปี
๒. เพื่อปรับปรุงและทำนุบำรุงอนุสาวรีย์และศาลของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
๓. เพื่อเป็นทุนในการเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
ระยะเวลาดำเนินการ
พิธีเททองหล่อรูป วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ณ สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเป็นองค์ประธานวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนรวม ๑๐๐ ปี ศรีสุริยวงศ์
พิธีวางศิลาฤกษ์ : การวางศิลาฤกษ์ในปัจจุบัน มีทั้งพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ เริ่มต้นด้วยการเตรียมหาฤกษ์กำหนดสถานที่ กำหนดผู้เป็นประธานในพิธี และสิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธีการเตรียมการมีดังนี้

๑. การเตรียมมหาฤกษ์เจ้าของอาคารนิยมให้พระสงฆ์ผูกดวงหา วัน เวลา ในการประกอบพิธีเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องกับอาคารที่สร้างใหม่นั้นได้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นการบำรุงขวัญ
๒. การเตรียมหาสถานที่ที่จะประกอบพิธีเจ้าของอาคารต้องนำแผนผังอาคาร (แบบแปลน) ให้พระสงฆ์ที่หาฤกษ์ได้พิจารณาเพื่อกำหนดสถานที่ตั้งพิธีวางศิลาฤกษ์ ที่ตั้งโต๊ะหมู่บูชา อาสนะสำหรับพระสงฆ์ ที่นั่งของประธาน และผู้มาร่วมพิธีทางเข้าทางออกสำหรับที่ตั้งพิธีวางศิลาฤกษ์มักจะเป็นที่ที่ไม่อยู่ใกล้ห้องน้ำ บันได เป็นต้น เป็นต้น มีการดูทิศทาง ปกติการวางศิลาฤกษ์ประธานประกอบพิธีจะไม่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก กลัวว่าจะร้อนจึงเลี่ยงหันหน้าไปทางทิศเหนือ บางตำราก็ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
๓. วางกำหนดการเป็นขั้นตอน ลงรายละเอียดทั้งกำหนดเวลาและการปฏิบัติ
๔.๑ แผ่นศิลาจารึกดวงฤกษ์ซึ่งสลักลงในแผ่นหินอ่อน และมีข้อความบอกวัน เดือน ปี ชื่อประธานและประเภทของอาคารที่วางศิลาฤกษ์ดังภาพตัวอย่างดวงมงคลฤกษ์ อาคาร ๑๕ ชั้น วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ส่วนทางด้านหลังแผ่นศิลาอาจมีการลงยันต์ตรีนิสิงเห เพื่อให้ขลังและศักดิ์สิทธิ์
๔.๒ แผ่นอิฐ มักใช้อิฐก้อนหนาจำนวน ๙ แผ่น ปิดหรือทาบรอนซ์ทอง ๓ แผ่น บรอนซ์เงิน ๓ แผ่น และบรอนซ์นาก ๓ แผ่น ๔.๓ ไม้มงคล ๙ ชนิด อันได้แก่ ไม้ชัยพฤกษ์ ไม้ราชพฤกษ์ ไม้ทองหลาง ไม้ไผ่สีสุก ไม้กันเกลาหรือ (กันภัย) ไม้ทรงบันดาล ไม้สัก ไม้พยุง ไม้ขนุน ซึ่งมีความหมายตามลำดับดังนี้ คือ ให้มีโชคชัย มีคนนับถือ มีเงินมีทอง มีความสุข มีเครื่องป้องกันภัย มีอานุภาพมหาอำนาจ มีศักดิ์สิทธิ์ ให้พยุงฐานะ และหนุนให้มีเงินทอง ให้ยศศักดิ์ไม่ถดถอย เวลาปักไม้ให้เวียนเป็นทักษิณาวรรตที่หลุมสำหรับวางศิลาฤกษ์ โดยให้ไม้ขนุนอยู่ ตรงกลาง

๔.๔ ตลับเพชรพลอยเก้าสี พร้อมด้วยเศษเงินเศษทอง รูปกันภัย (เศษไม้รัก ไม้มะยม ไม้กัลปังหา) บางแห่งถ้ามีกล่องแผนผัง ก็ใส่ไว้ในหลุมก่อนที่จะถึงเวลาวางศิลาฤกษ์
๔.๕ ถังศิลาฤกษ์ หลุมที่จะวางศิลาฤกษ์นั้น มีทั้งวิธีขุดและก่อดังนี้ ถ้าขุดหลุมดินธรรมดาจะต้องตอกเข็มใหญ่ ๆ ไว้ให้เรียบร้อย ถ้าหลุมนั้นก่อขึ้นด้วยปูนซิเมนต์ ในเวลาที่ก่อจะต้องเจาะเป็นรูไว้เก้ารู เพื่อให้เป็นที่ตอกเข็มฤกษ์จำนวนเก้าเข็มส่วนถังศิลาฤกษ์ที่ก่อนั้นเป็นคอนกรีตประดับด้วย ดอกไม้ ถังนี้ยกออกได้ รอบๆ บริเวณที่วางศิลาฤกษ์นั้น จะต้องปักด้วยราชวัติฉัตร ธง พร้อมด้วย หน่อกล้วยหน่ออ้อย และต้องวงด้วยสายสิญจน์ต่อมาจากที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เชื่อมมายังเครื่องวางศิลาฤกษ์ คือไม้มงคล แผ่นอิฐ แผ่นศิลาตลับพลอยเก้าสี ฯลฯ แล้วโยงเข้าสู่ประรำพิธี
๔.๖ สิ่งของอื่น ๆ เช่น เครื่องสังเวย บูชาฤกษ์ซึ่งพราหมณ์เป็นผู้จัด เครื่องไทยธรรม สำหรับถวายพระสงฆ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ทรงเปิดงานบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ๓๒ และทรงวางศิลาฤกษ์สระว่ายน้ำ งานบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ใช้ชื่อตามปี การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ และใช้ชื่อว่า งานบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ๓๒ ลักษณะงานเป็นงานนิทรรศการทางวัฒนธรรมและนิทรรศการทางวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลงานของนักเรียนและนักศึกษาของวิทยาลัย บริการทางวิชาการแก่สังคมและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติตามบทบาทและหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษาทั่วไป
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ดำเนินการจัดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๗ เพื่อเสริมสร้างให้นักศึกษาและบุคลากรของวิทยาลัยมีความรัก ความภาคภูมิใจและหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรม อันมีค่านอกเหนือจากการจัดกิจกรรม เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยทั่วไปแล้ว ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ฯ นี้ ยังได้เน้นกิจกรรมพิเศษคือ รวบรวมลายผ้าทอซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย รวบรวมเครื่องดนตรีไทยไว้เป็นจำนวนมากพร้อมทั้งแสดงประวัติและวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและยังได้สนับสนุนให้มีการผลิตเครื่องเบญจรงค์และลายน้ำทองอันเป็นเครื่องถ้วยที่งดงามซึ่งเป็นประณีตศิลป์ แสดงถึงเอกลักษณ์ของชาติได้อย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ได้จัดห้องสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) แสดงถึงประวัติและผลงานในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับตัวท่านที่สมบูรณ์ที่สุด
ด้วยเหตุที่พื้นที่วิทยาลัย ฯ ตั้งอยู่นี้เดิมเป็นที่อยู่ของชุมชนสามกลุ่ม คือ มอญ ลาว แขก ซึ่งในปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนทั้งสามกลุ่มนี้ ได้เปลี่ยนแปลงไปตามหลักสังคมวิทยา แต่ยังคงทิ้งร่องรอยทางวัฒนธรรมได้อย่างเด่นชัด ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ฯ จึงได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้เกี่ยวกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของชุมชนทั้งสามกลุ่มนี้ไว้ด้วย อีกทั้งอาคารหอประชุมอันเป็นที่ตั้งของศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ฯ นี้ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติไว้แล้ว วิทยาลัยเห็นสมควรบูรณะสระน้ำซึ่งมีคู่กับหอประชุมมาตั้งแต่ต้น ให้เป็นสระว่ายน้ำมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้อาคารหอประชุมแห่งนี้มีความสง่างามสมเกียรติภูมิแห่งวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ประมวลภาพความทรงจำ

อธิการบดีวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้แทนกรมการฝึกหัดครู ผู้อำนวยการเขตธนบุรี คณะกรรมการ จัดงาน คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จฯ

อธิการบดีวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้แทนกรมการฝึกหัดครู ผู้อำนวยการเขตธนบุรี คณะกรรมการ จัดงาน คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จฯ



