
นายสุรินทร์ สงค์ทอง
ปริญญา : ศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดนตรีไทย
วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับปริญญา : ๑๙ มกราคม ๒๕๔๙

นายสุรินทร์ สงค์ทอง
ปริญญา : ศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดนตรีไทย
วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับปริญญา : ๑๙ มกราคม ๒๕๔๙

นางเพลินใจ กุนทีกาญจน์
ปริญญา : ศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา
วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับปริญญา : ๑๙ มกราคม ๒๕๔๙

ปริญญา: วิทยาศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาสุขศึกษา
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ๑๙ มกราคม ๒๕๔๙
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาวิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เสด็จพระดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา และเปิดอาคารบรรณราชนครินทร์ ของสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และต่อมาได้พระราชทานชื่อ “บรรณราชนรินทร์” เป็นชื่ออาคารห้องสมุดของสถาบันราชภัฏทั้ง ๓๕ แห่ง
เนื่องจากสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามีพื้นที่น้อย การก่อสร้างอาคารในระยะหลังนี้จำเป็นต้องขยายพื้นที่ไปในทางสูง ในปี ๒๕๔๐ สถาบันฯ ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนรวม ๑๕ ชั้น หลังที่สองจำนวน ๑๐๗,๙๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งร้อยเจ็ดล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และใช้เงินนอกงบประมาณของสถาบันตกแต่งภายใน จำนวน ๒๙,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ยี่สิบเก้าล้านบาทถ้วน) โดยได้กราบอาราธนาทูลเชิญสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๑ อาคารหลังนี้สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาและสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ จึงได้ดำเนินการผ่านสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏและได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา” ภายในอาคารประกอบด้วยศูนย์อาหาร ลานจอดรถ สำนักงานคณะวิทยาการจัดการ สำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ ห้องประชุมและห้องเรียน ต่อมาสถาบันฯ ได้รับงบประมาณแผ่นดินปี ๒๕๔๐ ก่อสร้างอาคารสำนักวิทยบริการ สูง ๘ ชั้น จำนวน ๔๐,๗๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่สิบล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) และสถาบันฯ ได้ใช้เงินนอกงบประมาณสมทบค่าก่อสร้างอีก ๔๙,๑๖๔,๐๐๐.๐๐ (สี่สิบเก้าล้านหนึ่งแสนหกหมื่นสี่พันบาทถ้วน) รวมเป็นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๘๙,๘๖๔,๐๐๐.๐๐ บาท (แปดสิบเก้าล้านหนึ่งแสนหกหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยใช้เป็นอาคารหอสมุดของสถาบันฯ ซึ่งได้ขอพระราชทานนามจากใต้ฝ่าพระบาทว่า “อาคารบรรณราชนครินทร์” นับว่าเป็นพระกรุณาธิคุณแก่สถาบันฯ แห่งนี้อย่างหาที่สุดมิได้
นอกจากนี้วันที่ 24 มิถุนายน 2548 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเข้าเฝ้า ณ พระตำหนักเลอดิส รับพระราชทานลายพระหัตถ์คำว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

เอกสารสำคัญ


ประมวลภาพความทรงจำ


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ นายกสภาประจำสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จจ้าพระยา ผู้แทนกรรมการสภาประจำสถาบันฯ อธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี ผู้แทนคณาจารย์ และผู้แทนนักศึกษา เฝ้ารับเสด็จฯ





น.ส.มณีนุช เสมรสุต
ปริญญา : ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับปริญญา : ๘ มีนาคม ๒๕๔๕

ปริญญา : ปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการศึกษา
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ๘ มีนาคม ๒๕๔๕

ปริญญา : ศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ : ๘ มีนาคม ๒๕๔๕

นางสุคนธ์ พรพิรุณ
ปริญญา : ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับปริญญา : ๒๖ มกราคม ๒๕๔๔

นายสุวรรณ ยุกแผน
ปริญญา : วิทยาศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วัน/เดือน/ปี ที่ได้รับปริญญา : ๒๖ มกราคม ๒๕๔๒
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร ๑๐๐ ปี ศรีสุริยวงศ์ พร้อมพระราชทานเกียรติบัตร แก่ผู้มีอุปการคุณ ศิษย์เก่าดีเด่นของสถาบัน และขอกราบทูลเชิญเสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมของสถาบัน
สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาเป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๓๙ ใช้ชื่อว่าโรงเรียนราชวิทยาลัย เปิดสอนตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๓๙ ณ คฤหาสน์ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งพระยาสีหราชเดโชชัย หลานปู่ของสมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้น้อมเกล้าถวายไว้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๓๓ ต่อมาได้มีวิวัฒนาการจากโรงเรียนราชวิทยาลัย มาเป็นโรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชมหาราช ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” ให้แก่ สถาบันในสังกัดกรมการฝึกหัดครู ดังนั้นจึงได้นามใหม่เป็น “สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา” ซึ่งปัจจุบันมีสถานภาพเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่ผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาต่าง ๆ ได้แก่ ครุศาสตร์บัณฑิต วิทยาศาสตร์บัณฑิต และศิลปะศาสตร์บัณฑิต สถาบันราชภัฏแห่งนี้มีภารกิจตามพระราชบัญญัติ สถาบันราชภัฏ พุทธศักราช ๒๕๓๘ ที่นอกจากผลิตบัณฑิต ศึกษาวิจัยแล้ว ยังมั่งในการพัฒนาท้องถิ่นอีกด้วย
ด้วยสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามีพื้นที่น้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้เรียน สถานที่ฝึกปฏิบัติ และที่พักของคณาจารย์ไม่เพียงพอ การสร้างอาคารเรียนจึงจำเป็นต้องขยายพื้นที่ในทางสูง รองศาสตราจารย์ฉลอง ภิรมย์รัตน์ อธิการบดีสมัยนั้นผู้คิดริเริ่มเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ โดยได้ขออนุมัติคณะรัฐมนตรีให้เปลี่ยนแปลงจากการก่อสร้างอาคารเรียน ๔ ชั้น ซึ่งในปีนั้นได้รับงบประมาณแผ่นดิน ๒๐,๙๕๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) มาเป็นอาคารเรียนรวม ๑๕ ชั้น ตามแบบของกองพัฒนาอาคารสถานที่ กรมการฝึกหัดครู ซึ่งสถาบันจะต้องเพิ่มเงินนอกงบประมาณของสถาบัน อีกจำนวน ๕๑,๒๒๖,๕๐๐ บาท (ห้าสิบเอ็ดล้านสองแสนสองหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน) รวมเป็นเงินค่าก่อสร้างอาคารหลังนี้จำนวนเงินทั้งสิ้น ๗๒,๑๗๖,๕๐๐ บาท (เจ็ดสิบสองล้านหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน) ทั้งนี้เพื่อให้อาคารนี้เสร็จทันเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี ของสถาบันในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ จึงได้เริ่มก่อสร้างในสมัยอธิการบดีคนปัจจุบัน คือ รองศาสราจารย์สันต์ ธรรมบำรุง
ในการก่อสร้างอาคารหลังนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ทรงกรุณาเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันพุธที่ ๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๗ เวลา ๑๔.๒๙ น. การก่อสร้างได้แล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๙ ด้วยเหตุที่สถาบัน ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาได้ตั้งขึ้นอยู่ในพื้นที่ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี ของสถาบันจึงใช้ชื่ออาคารนี้ว่า “อาคาร ๑๐๐ ปี ศรีสุริยวงศ์” ซึ่งเป็นอาคารเรียนที่สูงที่สุดอาคารแรกของกระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารสำคัญ







